Menu

วัดพระธาตุบังพวน หนองคาย

วัดพระธาตุบังพวน หนองคาย

            ประวัติพระธาตุบังพวน ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุบังพวน ตำบลพระธาตุบุ่งผาเมือง อำเภอเมืองจังหวัดหนองคาย พระธาตุบังพวนเป็นเจดีย์ (เจดีย์) เก่าแก่และเป็นที่สักการะของชาวหนองคายและผู้คนรอบข้างมาหลายศตวรรษ พระธาตุบังพวนเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและเป็นที่ตั้งของวัด

         ตามจารึกศิลาชื่อเต็มของพระธาตุบางพวนคือพระธาตุบางพลีเจดีย์ศรีสัตตมหามหาธาตุพระธาตุบางธาตุสร้างขึ้นในรูปทรงปราสาทสี่เหลี่ยม รากฐานของมันถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมพิเศษประดับด้วยกลีบดอกบัวสไลด์สองชั้น ร่างกายของมันประกอบด้วย aedicula สองครั้งในสี่ทิศทางคล้ายกับสถาปัตยกรรมลานนา

            ด้านบนของมันถูกสร้างขึ้นในรูปทรงมุมดอกบัวคล้ายกับสถาปัตยกรรม ล้านช้าง ตามประวัติของอุรังคธาทว่าพระธาตุบังพวนถือพระธาตุซึ่งนำมาจากอินเดีย คำว่าบางพวนนั้นถูกเปลี่ยนจากคำว่า ‘บางคน’ หรือคนในท้องถิ่นที่มีชื่อว่า ‘KhiPone’ ซึ่งหมายถึง ‘gaster’ ดังนั้นจึงเชื่อกันว่า

         ในรัชสมัยของพระเจ้าเชษฐาธิราชเมืองหลวงถูกย้ายจากหลวงพระบางมาที่เวียงจันทน์ในยุคพุทธศักราช (2103) ล้านช้างเชษฐาธิราชมอบหมายให้สร้างวัดรอบ ๆ อาณาจักรของเขารวมถึงเจดีย์ใหม่ที่สร้างขึ้นที่นี่ ยิ่งไปกว่านั้นผนังทางเข้าโค้งถูกสร้างขึ้นในสี่ทิศทางของวัดพระราชาทรงสร้างบ้านบูชาในทั้งสี่ทิศทางของเจดีย์ห้องโถงทางพระพุทธศาสนาห้องโถงศาลเจ้าหลักและเจดีย์หลายแห่งรอบ ๆ

วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

       เช่นเดียวกับพญานาค พระเจ้าเชษฐาธิราชครองราชอาณาจักรเป็นเวลา 12 ปีจนกระทั่งปีพ. ศ. 2511 พระราชาสิ้นพระชนม์ทิ้งมรดกของเขาไว้หลายชั่วอายุต่อมาจนกระทั่งรัชสมัยของกษัตริย์สิริบุ ณ ยศาสันพ่ายแพ้สยามในพุทธศักราช Era2321 ผู้คนกำลังเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังสถานที่ รัฐที่ถูกปฏิเสธในปีพ. ศ. 2535

วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย
วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

          พระครูเจติยานุรักษ์ได้สร้างพระวิหารขึ้นใหม่และเจดีย์ได้นำพระวิหารมาสู่ผู้คนหนาแน่นอีกครั้งฝนและพายุทำให้พระธาตุบางพวนทรุดตัวลงเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2513, 4.00 น. ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2519 โดยกรม Fineart แห่งประเทศไทย เจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่นั้นได้รับการออกแบบโดยดร. ประเวศ ลิ้มปรางค์จากกรม Fineart โดยอ้างอิงอย่างใกล้ชิดกับภาพเก่าของเจดีย์เก่า

วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

         ๑. โพธิบัลลังก์หมายถึงสถานที่จำลองต้นโพธิ์สัปดาห์ที่ ๑ พระพุทธเจ้าประทับตรัสรู้ได้ ๗ วันจึงเสด็จจากวัชรอาสน์มายืนทอดพระเนตรโพธิบัลลังก์ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของกลุ่มสัตตมหาสถานลักษณะที่พบปัจจุบันเป็นรูปทรงกลมเหมือนโอ่งกว่าส่วนล่างสร้างด้วยศิลาแลงและส่วนบนก่ออิฐถือปูนฐานทรงกลมสูงประมาณ ๒. ๕๐ เมตร

          เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๗. ๕๐ เมตรโดยอาจสร้างขึ้นเป็นขอบล้อมรอบต้นศรีมหาโพธิ์ส่วนฐานพบรางระบายนำศิลาแลงที่อาจใช้สำหรับหลังน่าบูชาโพธิบัลลังก์นี้เป็นอาสนะที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งสมาธิเพื่อบำเพ็ญเพียรทางจิตรเป็นเวลา ๗ วันเจนบรรลุพระอนดรสัมมาสัมโพธิญาณ

วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย
วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย
วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย
วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

             ๓. อนมิสเจดีย์สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จยืนทอดพระเนตรโพธิ์บัลลังก์ ๗ วันตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของโพธิบัลลังก์เป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูนส่วนยอดหายไปแต่สันนิษฐานว่าคงเป็นยอดเจดีย์กลมรูปทรงไม่อ่อนข้อยนักและไม่มีบัมทิศและ 1

     มีขนาดเล็กกว่าเจดีย์องค์อื่นๆตามพุทธประวัติกล่าวว่าสัปดาห์ที่ ๒ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้วได้เสด็จมาประทับยืนที่อนิมิสเจดีย์แล้วทรงทอดพระเนตรดูต้นศรีมหาโพธิ์ให้ร่มเงาปกคลมโพธิบัลลังก์อยู่เป็นเวลา ๗ วัน

วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

       ๔. รัตนจงกรมเจดีย์สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จจงกลมอยู่ ๗ วันเพื่อแสดงปาฏิหาริย์บรรเทาความกังขาของเหล่าเทวดาโดยเนรมิตรัตนจงกลมทางทิศเหนือเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูนส่วนยอดเป็นเจดีย์ทรงกลมทางด้านทิศตะวันตกของเจดีย์มีการก่ออิฐเป็นแนวกว้าง ๕๐ เซนติเมตรยาว ๒๔๐ เซนติเมตรทอดยาวไปทางอนิมิสเจดีย์ชาวบ้านเรียกแนวอิฐนี้ว่า“ ทางเดินจงกลม”

     ซึ่งหมายถึงทางเสด็จจงกรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตอนกลางมีรอยพระพุทธบาทใหญ่ตามพุทธประวัติกล่าวว่าสัปดาห์ที่ ๓ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ที่อนิมิสเจดีย์ครบ ๗ วันได้ทรงเดินจงกลมเพื่อพิจารณาบรรดาสัตว์โลกที่จะเสด็จไปทรงโปรดอยู่ ๗ วัน

 
 
วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

          5. อชปาลนิโครธเจดีย์สถานที่พระพุทธเจ้าประทับใต้ต้นไทรเสวยวิมุตติผลสมาบัติ ๗ วันทรงมีพุทธฎีกาต่อนางมารว่าพระองค์ทรงละกิเลสหมดสิ้นแล้วตั้งอยู่ทางทิศคะวันออกของโพธิบัลลังก์เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐถือปูนขันเรือนธาดมีซุ้มเพียงหนึ่งด้านภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิปูนปั้นที่ชุ่มทิศเป็นอิทธิพลศิลปะล้านข้าง

          ส่วนยอดบานจดีย์หักพังทลายไม่ปราฎหลักฐานด้านรูปแบบสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นยอดเจดีย์กลมเช่นเดียวกับพระรัตนจงกรมเจดีย์ตามพุทธประวัติกล่าวว่าปดาห์ที่ ๔ พระพุทธเจ้าทรงสนทนาธรรมกับ “พราหมณ์ผู้หนึ่งทรงตรัสถึงพุทธฎีกาหนดคลิดาพญามารตอนมนามว่าดัณหาราคะและอรดีที่รับอาสาพญามารผู้เป็นพ่อมาย้ายวนพระพุทธเจ้าแต่ก็พ่ายแพ้ต่อพุทธานุภาพไปในที่สุดพระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ ที่นี้เป็นเวลารุ่น

วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

       6. ราชายตนะเจดีย์สถานที่พระพุทธเจ้าประทับใต้ต้นเกดเสาวิมุตติผลสมาบัติ ๗ วันมีพระอินทร์ถวายผลสมอทิพย์และสองพานิชย์หนุ่มถวายข้าวสัตตุก้อนและสัตตุผงจึงเกิดปฐมอุบาสกในพระพุทธศาสนาขึ้นรวมเวลา ๘๗ วันพระองค์จึงได้เสวยพระกระยาหารถึงอยู่ด้านทิศใต้ของโพธิบัลลังก์เป็นเจดีย์ทรงปราสาทสี่เหลี่ยมรูปแบบใกล้เคียงกันกับอขาปาลนิโครธเจดีย์

        แต่ขนาดใหญ่กว่าส่วนยอดหักพังทลายไปแต่สันนิษฐานว่าอาจเป็นยอดเจดีย์กลมแบบล้านนาส่วนเรือนธาตุมีซุ้มพระพุทธรูปปางสมาธิเช่นเดียวกันดามพุทธประวัติจากพระไตรปิฎกกล่าวว่าในสัปดาห์ที่ ๗ หลังการตรัสรู้พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปประทับใด้ดันราขายดนะ (ด้นเกด)

        ณ ที่นี้ได้มีพ่อค้าสองคนมาพบได้ถวายข้าวสักกก้อนและสัตตุผงและได้เปล่งวาจาถึงพระพุทธและพระธรรมเป็นสรณะเนื่องจากตอนนั้นยังไม่มีพระสงฆ์หลังจากนั้นพระพุทธองค์ทรงพิจารณาแล้วจึงทรงแสดงธรรมต่อท้าวมหาพรหมและทรงแสดงธรรมจักกัปปวัดดนสุดรในวันอาสาฬหปรุณมีเพ็ญเดือน 6 อันเป็นวันที่พระรัตนดรัยครบองค์สามนั้นเอง

วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

       ๗. มุจลินทเจดีย์สถานที่พระพุทธเจ้าประทับใต้ต้นจิกเสวยวิมุติผลสมาบัติ ๗ วันมีสระพระยานาคขึ้นมาป้องกันมิให้พระองค์ถูกฝนตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงได้ของโพธิบัลลังก์เป็นวิหารขนาดเล็กปัจจุบันเหลือเพียงส่วนฐานและผนังบางส่วนภายในประดิษฐานพระบทธรูปปางนาคปรก ๗ เศียร

        ด้านข้างทิศตะวันออกมีสระน้ำซึ่งมีรูป-ปั้นพระยานา (๗ เศียรอยู่กลางสระดามพุทธประวัติจากพระไตรปิฎกกล่าวว่าสัปดาห์ที่ 5 หลังฝนตกพรำตลอด ๗ วันพญามุจลินทนาคราช, ได้ขึ้นมาขนดและแผ่พังพานเพื่อบังลมและฝนให้เมื่อพายจางหายแล้วก็คลายขึ้นดจำแลงกายเป็นมาณพน้อยยืนประคองอัญชลีนมัสการพระพุทธเจ้า

วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

         สระน้ำของมู่ช่าลิน [บ่อพญานาค] [บ่อน้ำประจำจังหวัด] เมื่อก่อตั้งพระธาตุบุ่งผวนหรือเจดีย์บึงพุง สระน้ำของพญานาคนี้เรียกว่าสระว่ายน้ำ – เขา – ลา – นาแหนแดง “(สระเป็นคำภาษาไทยซึ่งหมายถึง” สระน้ำ “) ต่อมาที่ระลึกของพระพุทธเจ้าได้รับเชิญด้วยความเคารพอย่างยิ่งที่จะเก็บไว้ในเจดีย์หรือว่า -ha Teip Luang และ Pra Ma-ha Teip Pol

      พระที่สำคัญที่ดูแลเจดีย์สังเกตว่ามีน้ำขึ้นมาจากหลุมเหมือนน้ำพุหลุมนี้เชื่อถือได้ในฐานะหลุมหรือถ้ำของพญานาคและนาคเป็นผู้พิทักษ์ ของเจดีย์หลังจากนั้นคนถูกขอให้ขุดบ่อน้ำเพื่อเก็บน้ำจากหลุมที่ King Wi-chun-la-raj (พระเจ้า Wi-chun-la-raj) Lean Chang King เขาไป เพื่อเคารพพระเจดีย์สระน้ำได้รับการตกแต่งและพระสงฆ์ได้รับเชิญให้ทำพิธีทางพุทธศาสนาและเชื่อกันว่าน้ำเป็นน้ำวิเศษที่ยอดเยี่ยมมันถูกใช้ในงานพิเศษในราชอาณาจักรลีนช้าง

         ตั้งแต่นั้นมาก็ได้ปรับปรุงบ่อน้ำวิเศษ หลายต่อหลายครั้งและในสมัยที่สมเด็จพระชัยไชยเชษฐ์ฐาราชของลีนช้างราชอาณาจักร (2093-2115 พ.ศ. ) เขาได้สั่งให้สร้างหน่อใหญ่ ภาพ Dha ปกคลุมด้วยนาคเก้าหัวใกล้กับสระน้ำ น้ำจากบ่อนี้ได้รับความไว้วางใจให้เป็นน้ำที่ยอดเยี่ยมหรือมหัศจรรย์ มันถูกใช้ในพิธีราชาธิปไตยในสมัยโบราณ

วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย
วัดพระธาตุบังพวน-หนองคาย

รถตู้อุดรธานีให้เช่า

ทีมงานรถตู้อุดรธานีให้เช่าพร้อมคนขับ เน้นบริการ ซื่อสัตย์

วันละ 1,800 บาทไม่รวมน้ำมันไม่มีชาร์จ ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม

ทำงาน 06.00-20.00 น.ทุกวัน ชำนาญเส้นทาง เที่ยวได้สะใจ

ไม่แพงครับ ไปตั้งหลายคน หารออกมาคนละไม่กี่บาทต่อวัน

รักอาชีพบริการตรงต่อเวลา และพร้อมให้บริการ

5/5

แนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวอุดรธานี คำชะโนด วัดป่าภูก้อน ทะเลบัวแดง ภูฝอยลม วัดป่าบ้านตาด

ศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวทัศนศึกษา

เที่ยวอีสานหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร สกลนคร นครพนม

เที่ยวภูเรือ ด่านซ้าย เชียงคาน เลย แนะนำโปรแกรม

ดูแลลูกค้าในวัยซนคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย เหมือนครอบครัวเดียวกัน

5/5
รถตู้อุดรธานี
รถตู้ให้เช่าอุดรธานี
รถตู้อุดรธานี
รถตู้อุดรธานี
โทรเลย ไม่ใช่รถโดยสารนะครับ